บทความนี้ตอบอะไร?
ค่า Dose หรือ TWA บอกปริมาณการรับสัมผัสเสียง ส่วน Octave Band แสดงว่าเสียงที่ส่งดังที่สุดเกิดจากย่านความถี่ใด เมื่อนำข้อมูลนี้เข้าสู่ Supervisor Software จึงสามารถประเมินความเหมาะสมของ PPE กับลักษณะเสียงได้อย่างมีข้อมูลรองรับ
การตรวจวัดเสียง ไม่ควรจบเพียงการทราบว่าดังเท่าไร
การตรวจวัดเสียงสะสมส่วนบุคคลทำให้ทราบว่า พนักงานได้รับเสียงตลอดช่วงการทำงานมากเพียงใด ผ่านค่าที่ใช้กันในงาน อาชีวอนามัย เช่น Dose, TWA, LEX,8h และ LAeq ข้อมูลเหล่านี้ช่วยบ่งชี้ระดับการรับสัมผัสและสนับสนุนการพิจารณามาตรการควบคุมเสียง
อย่างไรก็ตาม เมื่อผลตรวจวัดชี้ว่าจำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ป้องกันการได้ยิน คำถามไม่ได้มีเพียงว่า “ควรเลือก PPE ที่มีค่าการลดเสียงเท่าไร” แต่ต้องพิจารณาด้วยว่า อุปกรณ์รุ่นนั้นลดเสียงได้เหมาะกับลักษณะความถี่ของเสียงในงานจริงหรือไม่
เสียงที่มีระดับรวมใกล้เคียงกัน อาจต้องการการป้องกันต่างกัน
เสียงจากเครื่องยนต์ พัดลม เครื่องปั๊ม งานเจียร หรือลมอัด อาจแสดงค่า LAeq ใกล้เคียงกัน แต่พลังงานเสียงอาจกระจุกตัวอยู่คนละย่านความถี่ ขณะเดียวกัน Hearing Protector แต่ละรุ่นก็มีความสามารถลดเสียงในแต่ละย่านไม่เท่ากัน
ดังนั้น การดูค่าการลดเสียงแบบตัวเลขเดียวเพียงอย่างเดียว แม้จะสะดวกต่อการคัดเลือกเบื้องต้น แต่อาจยังไม่สะท้อนว่า PPE นั้นเหมาะกับ Noise Spectrum ของหน้างานเพียงใด
Octave Band ช่วยให้เห็นโครงสร้างของเสียง
SV 104A ที่ติดตั้งฟังก์ชั่น 1/1 และ 1/3 Octave Band Analysis สามารถบันทึกระดับเสียงแยกตามย่านความถี่ควบคู่กับ การประเมินการรับสัมผัสเสียงส่วนบุคคล ทำให้ข้อมูลไม่ได้มีเพียงระดับเสียงรวม แต่ยังแสดงว่าพลังงานเสียงเด่นอยู่ในช่วง ความถี่ต่ำ กลาง หรือสูง
| ข้อมูล | สิ่งที่แสดง | ประโยชน์ในการประเมิน PPE |
| LAeq / LCeq | ระดับเสียงรวมของช่วงตรวจวัด | ใช้ประเมินด้วยวิธี SNR หรือ HML |
| 1/1 Octave | ระดับเสียงในแต่ละย่านความถี่ | ใช้กับวิธี Octaves ใน Supervisor |
| 1/3 Octave | รายละเอียดสเปกตรัมที่ละเอียดขึ้น | ใช้วิเคราะห์ลักษณะเสียง และ Supervisor สามารถรวมเป็น 1/1 Octave เพื่อคำนวณ |
1/1 Octave เหมาะกับการดูระดับเสียงเป็นรายย่านและเป็นข้อมูลที่ใช้โดยตรงกับวิธี Octaves ส่วน 1/3 Octave ให้รายละเอียดมากขึ้น ช่วยพิจารณาลักษณะหรือแหล่งกำเนิดเสียง และสามารถถูกรวมเป็นข้อมูล 1/1 Octave สำหรับการคำนวณใน Supervisor ได้
Supervisor เปลี่ยน Noise Spectrum ให้เป็นข้อมูลสนับสนุนการเลือก PPE
ฟังก์ชัน Hearing Protectors ใน SVANTEK Supervisor สามารถใช้ข้อมูลเสียงจากไฟล์ตรวจวัดร่วมกับข้อมูลสมรรถนะของอุปกรณ์ป้องกันการได้ยินที่บันทึกไว้ในฐานข้อมูลของ Software
สำหรับวิธี Octaves โปรแกรมจะนำระดับเสียงในแต่ละย่านความถี่มาเปรียบเทียบกับค่า APV ของ PPE ในย่านเดียวกัน ตามวิธีที่อ้างอิง ISO 4869-2 แล้วประมาณผลออกมาเป็นข้อมูลสำคัญ 3 ส่วน ได้แก่
- Noise spectrum ระดับเสียงเดิมในแต่ละย่านความถี่
- Reduced spectrum ระดับเสียงคงเหลือโดยประมาณหลังหักค่าการลดเสียงของ PPE
- Current L’A ระดับเสียงถ่วงน้ำหนัก A ที่คาดว่าจะเหลือภายใต้อุปกรณ์
ค่าการลดเสียงสูงที่สุด ไม่ได้หมายถึงเหมาะสมที่สุดเสมอไป
เมื่อได้ค่า Current L’A แล้ว Supervisor จะเปรียบเทียบกับ Action level ที่ผู้ใช้กำหนด และแสดงผลการจัดประเภทตาม แนวทาง EN 458 เพื่อช่วยให้เห็นทั้งความเสี่ยงจากการป้องกันไม่เพียงพอและการป้องกันมากเกินไป
Insufficient หมายถึงการลดเสียงที่คำนวณได้ยังไม่เพียงพอ ส่วน Risk of overprotection หมายถึงอุปกรณ์อาจลดเสียงมากเกินความจำเป็น จนอาจกระทบการสื่อสารหรือการได้ยินสัญญาณเตือน เป้าหมายจึงไม่ใช่ค่า attenuation สูงที่สุด แต่เป็นระดับการป้องกันที่เหมาะกับงาน
ประโยชน์ต่อการบริหารจัดการเสียงในองค์กร
| ใช้ข้อมูลจริงประกอบการตัดสินใจ
เชื่อมผลการตรวจวัดเสียงของพนักงานกับเหตุผลในการเลือกอุปกรณ์ |
พิจารณาตามลักษณะความถี่
เลือก PPE ให้สอดคล้องกับย่านความถี่ที่เป็นปัญหาในงาน |
| เปรียบเทียบได้บนเงื่อนไขเดียวกัน
ประเมินอุปกรณ์หลายรุ่นด้วย Noise Spectrum ชุดเดียวกัน |
ตรวจสอบย้อนกลับได้
จัดเก็บข้อมูลเสียง วิธีประเมิน ค่าอุปกรณ์ และผลลัพธ์ไว้เป็นหลักฐาน |
สรุป
ผลการคำนวณคือข้อมูลสนับสนุน ไม่ใช่ผลทดสอบกับผู้สวมใส่จริง Current L’A เป็นค่าประมาณจากข้อมูลเสียงและค่าการลดเสียงตามข้อมูลผู้ผลิต ผลจริงยังขึ้นอยู่กับความพอดี วิธีสวมใส่ สภาพอุปกรณ์ และผู้ใช้แต่ละคน จึงควรใช้ร่วมกับการฝึกอบรม การตรวจสอบ PPE และ Fit Testing เมื่อมีความจำเป็น

