เครื่องวัดแสงมีกี่ประเภท

เครื่องวัดแสงมีกี่ประเภท

เครื่องวัดแสงมีกี่ประเภท

เครื่องวัดแสง คือ สิ่งที่เรานำมาใช้วัดค่าความสว่าง โดยการตรวจวัดอาจแตกต่างไปตามวัตถุประสงค์ในการใช้งาน  เครื่องวัดแสงหรือมิเตอร์วัดแสงที่มีจำหน่ายอยู่แบ่งเป็น 3 ชนิดคือ
1. เครื่องวัดอุณหภูมิสี (Color Temperature Meter) ใช้สำหรับวัดอุณหภูมิสีของแหล่งกำเนิดแสง
2. เครื่องวัดแสงแบบวัดแสงตกกระทบ (Incident Light Meter) ใช้สำหรับวัดแสงธรรมชาติและวัดแสงแฟลช
3. เครื่องวัดแสงแบบวัดแสงสะท้อน (Reflect Light Meter) มักจะเป็น Spotmeter หรือเครื่องวัดแสงสะท้อนเฉพาะจุดที่มีมุมการวัดแคบๆ ประมาณ 1 องศา

การวัดค่าความส่องสว่าง Illumination

การตรวจวัดในเครื่องวัดแสง (Lux meter) ใช้วัดความสว่างของการตกลงบนวัตถุในพื้นที่เฉพาะ กล่าวอีกอย่างหนึ่งก็คือการวัดความเข้มที่ความสว่างปรากฏต่อสายตามนุษย์

“การวัดค่าความส่องสว่างที่ตกลงบนพื้นผิวต่อหนึ่งหน่วยพื้นที่” มีหน่วยการตรวจวัดเป็นลักซ์ (Lux) นอกจากนี้ยังแสดงเป็นลูเมนต่อตารางฟุต หรือ FC (foot candle)

1) Lux: หมายถึงการส่องสว่างที่ผลิตโดยแหล่งกำเนิด 1 ลูเมนบนพื้นที่ในรัศมี 1 ตารางเมตร

2) Foot Candle หรือ Lumens/Square foot หมายถึงไฟส่องสว่างที่ผลิตโดยแหล่งกำเนิด 1 1 ลูเมนบนพื้นที่ในรัศมี 1 ตารางฟุต

เครื่องวัดความสว่างของแสง…ในด้านความปลอดภัย

เครื่องวัดแสง ในงานด้าน “ความปลอดภัย” จะใช้เป็นเครื่องวัดอุณหภูมิสี โดยปกติสีมาตรฐานหรืออุณหภูมิสีจะแสดงเป็นองศาเคลวิน (K) อุณหภูมิสีมาตรฐานสำหรับการสอบเทียบของลักซ์มิเตอร์ส่วนใหญ่คือ 2856 °K ซึ่งเป็นปริมาณที่มีสีเหลืองมากกว่าสีขาวบริสุทธิ์
จากประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการตรวจวัด และการวิเคราะห์สภาวะการทำงานเกี่ยวกับระดับความร้อน แสงสว่าง หรือเสียง รวมทั้งระยะเวลาและประเภทกิจการที่ต้องดำเนินการ ในวันที่ ๑๒ มีนาคม ๒๕๖๑ เนื้อความในหมวด ๓ ข้อ ๘ ระบุไว้ว่า “การตรวจวัดความเข้มของแสงสว่าง ต้องใช้เครื่องวัดแสงที่ได้มาตรฐาน CIE 1931 ของคณะกรรมาธิการระหว่างประเทศว่าด้วยความส่องสว่าง (International Commission on Illumination) หรือ ISO/CIE 10527 หรือเทียบเท่า เช่น JIS และก่อนเริ่มการตรวจวัดต้องปรับ ให้เครื่องวัดแสงอ่านค่าที่ศูนย์ (Photometer Zeroing)”
ดังนั้นในการเลือกใช้เครื่องมือที่จะนำมาตรวจวัด ก็ควรจะต้องดูเรื่องมาตรฐานดังกล่าวว่าเครื่องมือที่เราใช้งานนั้นได้ตามมาตรฐานที่กฎหมายระบุหรือไม่ ตัวอย่างของเครื่องมือที่ได้มาตรฐาน และเอกสารการรับรองมาตรฐานดังรูป

อันตรายของแสงสว่าง และผลกระทบต่อสุขภาพ

แสงสว่างน้อยเกินไปหรือมากเกินไปนั้นจะส่งผลต่อการมองเห็น นอกจากนั้นอาจส่งผลทางจิตใจ เช่นเบื่อหน่ายในการทำงาน และ ยังทำให้เกิดอุบัติเหตุในการทำงานเกิดขึ้นได้ง่ายอีกด้วย

ความสำคัญของการจัดแสงสว่างในสถานประกอบการ

1. ความสำคัญต่อผู้ปฏิบัติงาน
ต้องคำนึงถึงลักษณะงาน เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานเกิดความสบายตา ลดอุบัติเหตุจากการทำงาน ช่วยลดปัญหาของแสงสว่างที่มีผลกระทบต่อผู้ปฏิบัติงาน

2. ความสำคัญต่อเจ้าของสถานประกอบการ
ลดค่าใช้จ่ายจากความสูญเสียต่างๆ และสามารถเพิ่มผลผลิต

มาตรฐานความเข้มแสงสว่าง

“ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง มาตรฐาน ความเข้มของแสงสว่าง” แบ่งออกเป็น 3 หมวดด้วยกัน คือ

  • มาตรฐานความเข้มของแสงสว่าง ณ บริเวณ “พื้นที่ทั่วไปและบริเวณการผลิตภายในสถานประกอบกิจการ”
  • มาตรฐานความเข้มของแสงสว่าง ณ บริเวณ “ที่ลูกจ้างต้องทำงาน โดยใช้สายตามองเฉพาะจุดหรือต้องใช้สายตาอยู่กับที่ในการทำงาน”
  • มาตรฐานความเข้มของแสงสว่าง (ลักซ์) “บริเวณโดยรอบที่ให้ลูกจ้างคนใดคนหนึ่งทางาน โดยสายตามองเฉพาะจุดในการปฏิบัติงาน”

เครื่องวัดแสง ยี่ห้อไหนดี

ยี่ห้อไหนดี? ควรมีหลักในการพิจารณาเลือกซื้อเครื่องมือ ดังนี้

1. มาตรฐานการออกแบบเครื่องมือ

a. CIE 1931
b. ISO/CIE 10527
c. JIS

2. ฟังก์ชั่นในการทำงาน ต้องการอะไรบ้าง

a. ในการวัดแสง เราจะพบว่าค่ามีการเปลี่ยนไป เปลี่ยนมาเสมอ ซึ่งเป็นไปตามลักษณะปกติของแสง

  •  “ค่าเฉลี่ย” ในการตรวจวัดแต่ละจุด
  •  “Hold” การหยุดเพื่อดูค่าการตรวจวัด

b. การวัดค่าอ้างอิงจุดตรวจวัด เพื่อวางตำแหน่งของแสงให้กระจายตัวอย่างเหมาะสม

c. การเก็บบันทึกข้อมูล

  •  จัดเป็นทางเลือกสำหรับการตรวจวัด เพราะในการตรวจวัดแสง เราไม่ได้ทำการเก็บข้อมูลระยะยาวเหมือนการตรวจวัดเสียง, ความร้อน แต่เน้นการกำหนดจุดการตรวจวัด และนำไปคำนวณหาค่าเฉลี่ย หรือเป็นการตรวจวัดเฉพาะจุด

d. การสอบเทียบและปรับเทียบ

  •  นอกจากการสอบเทียบ แล้วเครื่องควรเลือกรุ่นที่สามารถปรับจูนค่า

3. มีหนังสือรับรองการสอบเทียบ

a. หนังสือรับรองการสอบเทียบช่วยให้เราสามารถยืนยันผลการตรวจวัดว่ามีค่าที่ถูกต้องตามมาตรฐาน

เครื่องวัดแสง

ด้วยเทคโนโลยีปัจจุบัน หลอดไฟชนิด LED เป็นที่นิยมนำมาใช้ เพื่อประหยัดพลังงาน การวัดแสงด้วยเครื่องมือวัดแสงทั่วไป กับ การใช้เครื่องวัดแสง LED อาจพบค่าการตรวจวัดที่แตกต่างกัน
การตรวจวัดตามมาตรฐานการออกแบบ CIE 1931 ที่กฎหมายกำหนดนั้นเป็นการวัดที่ถูกออกแบบให้ “ตอบสนองตามสายตาของมนุษย์” เป็นหลัก ดังนั้นไม่ว่าเราจะใช้หลอดไฟชนิดใดๆก็ตามการเลือกประเมินผลต่อสุขภาพควรคำนึงถึงมาตรฐานในแง่ของการตอบสองของสายตาด้วย
ดังนั้นการเลือกเครื่องมือจึงควรเน้นเรื่องวัตถุประสงค์ของการตรวจวัดเป็นสำคัญ

สรุป

เครื่องมือตรวจวัดแสงที่ดีควรจะมีเอกสารรับรองการสอบเทียบ และเราต้องเลือกฟังชั่นการทำงานที่เหมาะสม ซึ่งอาจแตกต่างกันไปตามวัตถุประสงค์ ความถนัด หรือข้อกำหนดตามกฎหมาย

กลับสู่สารบัญ

สินค้าแนะนำ

PDPA Icon

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Necessary cookies
    Always Active

    Necessary cookies are essential for the functioning of the website, allowing you to use and browse the site normally. You cannot disable these cookies in our website's system.

Save